วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559


คุณสมบัติของหนังวัวและวิธีการดูแลรักษา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หนังแท้สำหรับทำกระเป๋า


หนังแบ่งออกเป็น  ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. หนังแท้
2. หนังเทียมหรือหนังสังเคราะห์

1. หนังแท้ หมายถึง หนังที่ได้จากสัตว์ต่างๆ เช่น หนังวัว หนังจระเข้ หนังหมู หนังปลากระเบน หรือจากสัตว์ป่าอื่นๆ อีกมากมาย การนำหนังมาใช้ประโยชน์ แบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
1.1 หนังดิบ ได้จากหนังสัตว์ที่ตายแล้ว สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง เช่น ทำหนังกลอง หนังตะลุง เป็นต้น
1.2 หนังฟอก เป็นหนังดิบที่ผ่านการฟอกแบบต่างๆ เพื่อไม่ให้หนังเน่าเปื่อย มีลักษณะอ่อนนุ่ม เรียบ สม่ำเสมอ สีสันสวยงาม มีความหนาตามต้องการ ซึ่งกรรมวิธีการฟอกหนัง ก็จะแตกต่างกันตามชนิดของสัตว์แต่ละชนิด
- หนังสัตว์ที่มีลวดลายสวยงาม เช่น หนังจระเข้  งู เสือ ม้าลาย
- หนังสัตว์ที่มีขนสวยงาม เช่น หมี สุนัขจิ้งจอก
- หนังสัตว์ทั่วๆ ไป เช่น หนังวัว จะมีสีผิวไม่สวยงาม ต้องนำมาตกแต่งและย้อมสี
หนังแท้จะมีลักษณะพื้นฐานที่สังเกตได้ง่าย เช่น มีกลิ่นหนัง ผิวมีรูขุมขน ด้านหลังเป็นขนสักหลาด ซึมซับน้ำ หากอากาศเย็น เมื่อสัมผัสจะรู้สึกอุ่น ขณะที่อากาศร้อน เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเย็น ดูแลทำความสะอาดค่อนข้างยาก ลายบนผิวเป็นธรรมชาติ ไม่มีรอยต่อลาย (Emboss repeat) การพัฒนาด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรมการฟอกหนังและการตกแต่ง (Finishing) เป็นปัจจัยที่ทำให้ลักษณะพื้นฐานของหนังเปลี่ยนไปจนไม่อาจจะใช้เป็นตัวพิจารณาเพื่อบ่งบอกความเป็นหนังแท้ได้อีกต่อไป ซึ่งการฟอกย้อมในปัจจุบันมีความพยายามที่จะลดกลิ่นหรือให้เจือจางที่สุด ดังนั้น หนังแท้ที่ดีจึงมักไม่มีกลิ่น มีการใช้ Water Repel lance เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเกาะ หนังที่มีฉนวนและถ่ายเทอากาศได้นั้นจะเป็นเฉพาะหนังประเภท Full grain หรือ Corrected grain ที่ผ่านการ Top coating หรือ Finishing บางๆ เท่านั้น หนังแท้ส่วนใหญ่มีผิวลาย หรือมีรอยย่นของผิว (Grain Break) โดยปกติจะมีลักษณะเป็นธรรมชาติเหมือนผิวหนังของคน แต่หนังแท้บางชนิดที่เนื้อแน่นหรือแข็งที่เป็นหนังคุณภาพดีก็จะไม่มีรอยย่นของ ผิวเหมือนหนังปกติทั่วไป หนังแท้จะมีขนาด (Shape/Size) แต่ละชิ้นไม่แน่นอนเพราะเป็นของธรรมชาติ และหนังแท้จะไม่ติดไฟหรือถ้าติดก็จะดับได้เอง
เราสามารถแบ่งประเภทของหนังแท้ออกเป็น 4 ประเภท ได้ดังนี้
 -Split
เป็นหนังที่อยู่ชั้นกลาง ซึ่งโครงสร้างของเนื้อหนังยังคงมีโครงสร้างที่ดี จึงนำไปผลิตเป็นหนัง Nubuck หรือ Suede และยังสามารถนำไปโค๊ตพียูเพื่อสร้างลวดลายเทียมได้ หนังประเภทนี้เหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นหนังหน้าในการผลิตเครื่องหนัง
- Lining
เป็นหนังชั้นสุดท้าย ซึ่งมีโครงสร้างไม่เหมาะสำหรับนำไปทำหนังหน้า ส่วนใหญ่จะถูกนำไปทำซับในในผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง
- Bonded leather
เป็นเศษหนังที่ถูกกักไว้ในขั้นตอนการตัดหนัง Full grain, Split และ Lining นำไปผสมกับกาวและนำมาทำเป็นม้วนหรือแผ่น หลังจากนั้นก็ผ่านการโค๊ตด้วยพียู หนังประเภทนี้สามารถนำไปใช้ได้ทุกส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง
2. หนังเทียม หมายถึง สารสังเคราะห์ที่ถนำมาทำให้มีลักษณะคล้ายหนังแท้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
2.1 หนังเทียมประเภทเลียนแบบหนังแท้  หมายถึง หนังเทียมที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในลักษณะงานเช่นเดียวกันกับหนังแท้ ซึ่งส่วนมากจะพบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กระเป๋า เข็มขัด ฯลฯ ถ้าเป็นหนังแท้จะมีราคาแพงมาก จึงจำเป็นต้องทำด้วยหนังเทียมเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกกว่า
2.2 หนังเทียมประเภททดแทนหนังแท้  หมายถึงหนังเทียมที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับงาน ซึ่งถ้าใช้หนังแท้จะต้องสิ้นเปลืองมาก หรือปริมาณของหนังแท้ไม่เพียงพอกับความต้องการของท้องตลาด
ข้อดีของหนังเทียม
1. มีราคาถูกกว่าหนังแท้
2. ทนแดด และความชื้นมากกว่าหนังแท้
3. มีพื้นผิวสม่ำเสมอ ไม่เสียเศษ ไม่ต้องเลือกตำแหน่งที่จะตัดใช้งาน
4. ดูแลรักษาง่าย
ข้อเสียของหนังเทียม
1. รับน้ำหนักได้ไม่เท่าหนังแท้
2. ฉีกขาดง่ายกว่าหนังแท้
3. มีความยืดหยุ่นน้อยกว่าหนังแท้

วิธีการทำความสะอาด
- หนังแท้ -
     หลักง่ายๆ คือ หลังจากใช้กระเป๋าเสร็จรีบนำมาทำความสะอาดก่อน ถ้ายิ่งเปียกน้ำหรือชื้น ยิ่งต้องรีบนำมาทำความสะอาดก่อนเก็บ ไม่ควรจะปล่อยให้กระเป๋าที่เป็นหนังแท้ต้องอยู่กับความชื้นนานๆ เพราะอาจจะทำให้หนังแท้เสื่อมได้ หรือถ้ากลัวชื้นก็ใส่เม็ดกันชื้นซองเล็กๆ ไว้ในกระเป๋าก็จะช่วยได้ จากนั้นให้ใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดทำความสะอาด พอสะอาดแล้วให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นใช้น้ำยาเคลือบหนังทาบางๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง น้ำยานี้จะมีหน้าทที่คล้ายตัวเคลือบกระเป๋า ทาแล้วให้เช็ดออกอีกที และสุดท้ายการเก็บรักษานั้น ควารเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีความชื้นมากนัก ง่ายๆคือ การเก็บไว้ในตู้ จะแขวนหรือวางตามรูปทรงของกระเป๋าก็ได้

วิธีการเก็บรักษา

1.ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้าสำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะถุงแบบนั้นจะมีข้อดี คือ ลมสามารถผ่านได้ พอประมาณกันฝุ่นได้
 2.อย่าเก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติก โดยเฉพาะกระเป๋าหนัง เพราะอากาศร้อนจะทำให้กระเป๋าหนังกรอบ
 3.สิ่งที่ควรระวัง คือ ถ้าวางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อน สามารถหลอมละลาย สีเคลือบตู้ให้มาติดบนหนังกระเป๋าได้ โดยเฉพาะหนังแก้ว โปรดเก็บใส่ถุงผ้าก่อน
 4.ควรนำกระเป๋ามารับออกซิเจนบ้าง นำกระเป๋าออกมาจากถุงผ้า ให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้อง ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก สิ่งสำคัญ คือ ให้วางในร่มไม่ต้องตากแดด
 5.ซื้อมาใหม่ ๆ ใช้สเปรย์ หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนัง มีคุณภาพดี ทนทานต่อริ้วรอยยิ่งขึ้น
 6.การรักษารูปทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ คือ การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษ จะช่วยรักษารูปทรงได้ เพราะไม่ว่าเก็บไว้ในลักษณะนอนหรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรง



วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559


ประวัติความเป็นมาของทางร้าน

ชื่อร้านเกิดขึ้นจาก การนำชื่อของพราชายและพี่สาวของดิฉันมารวมกัน คือ
แฟนของพีชาย ชื่อ "เอ็น" พี่ชายดิฉันชื่อ "เน" จึงรวมเป็น เอ็นเน่( Enne)









            ก่อนที่จะมาเป็นร้าน Enne Bags เจ้าของร้าน ได้ทำอาชีพค้าขายมาก่อนของกิ๊ฟช๊อปมาก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหันมาขายกระเป๋านำเข้าจากต่างประเทศ ก็ขายดีมากๆในช่วงนั้น แต่ก็ไม่คงที่มากนัก เพราะเป็นแบรนด์จากต่างประเทศมักจะมีของที่ลอกเลียนแบบ ทำการขายตัดราคาหรือมีการแย่งลูกค้ากัน จนมาวันหนึ่งมีพี่ที่รู้ได้แนะนำโรงงานผลิตกระเป๋าชื่อดังแห่งหนึ่งให้ เจ้าของร้านเลยออกแบบกระเป๋าและเสนอให้กับทางโรงงานดู ทางโรงงานก็ตอบตกลงผลิตกระเป๋ารุ่นนั้น ซึ่งมีล็อตแรกมีจำนวน 20ใบ พอนำเอาออกมาเสนอขายก็มีเสียงตอบรับดีเป็นอย่างมาก แต่ต้นทุนในการผลิตสูง เจ้าของร้านจึงตัดสินใจขอยืมเงินจำนวนหนึ่งกับคุณพ่อ เพื่อมาต่อยอดธุรกิจ ซึ่งหลังจากได้เงินก้อนนั้นมาก็ได้เริ่มผลิตกระเป๋าออกมาเรื่อยๆตามคอเลคชั่น จนตอนนี้มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เจ้าของร้านได้ผ่านบททดสอบมากมาย กว่าเราจะได้กระเป๋าออกมาขายแต่ละใบ เราจะมีความอดทนและหาจุดเด่นของตัวสินค้าออกมาเสนอให้กับผู้บริโภค เพราะในปัจจุบันธุรกิจประเภทนี้มีพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากที่ขายวินค้าประเภทเดียวกัน ทางเดียวที่เราจะรักษาลูกค้าคือ คุณภาพของกระเป๋า ความซื่อสัตย์และความจริงใจต่ออาชีพค้าขาย กระเป๋าที่ผลิต ผลิตจากหนังแท้คุณภาพดี มีการตัดเย็บที่สวยงาม ปราณีต นี่จึงเป็นจุดเด่นของทางร้านที่สามารถทำยอดขายได้ทะลุเป้า

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สินค้าภายในร้าน


   สินค้าทุกแบบทุกรุ่น ของทางร้านผลิตจากหนังแท้คุณภาพดี 100 % 
              สามารถจุของได้เยอะ cutting เนี๊ยบ ซื้อไปแล้วคุณจะไม่ผิดหวัง



รุ่นยอดนิยมของทางร้าน  คือรุ่น "cosmo" และ classical"  เป็นหนังวัวลายหนังสวย มีสีสันให้เลือกมากมาย และสามารถสะพายได้ทุกโอกาส





                                         



ชื่อรุ่น :  Genuine (จี นู อีน )Leather 
กระเป๋าหนังวัวแท้ น้ำหนักเบาและนิ่มมากยิ่งใช้ยิ่งนิ่ม
สี : ครีม/เบจ/เทาอ่อน/น้ำตาลคาราเมล/น้ำตาลอ่อนช๊อคโกแลต/แดงไวน
ขนาด : 11.5*5*9.5(นิ้ว)
ราคา : 3,890 บาทบาท




ชื่อรุ่น : กระเป๋าทรงหมอน
สี : ดำ/น้ำตาล/กรม/เบจ/เทา
ขนาด : 9 นิ้ว
ราคา 2,690 บาท







ชื่อรุ่น : "mini charotte"
สี : ขาว/ดำ/เหลืองมะนาว/น้ำตาล/แดงเข้ม

ราคา : 2,590  บาท





ชื่อรุ่น : Bucket bag 
สี : ส้ม/แดง/ดำ/กะปิ/เบจ
ขนาด : 9*5.5*9.5(นิ้ว)

ราคา : 2,690 บาท








กระเป๋าเป้หนังวัว ลายหนังหมุด
สี : ดำ/น้ำตาลทอง/เทา/ฟ้าเทา/แดง
ราคา : 2,590 บาท






Backpack 2 เป้สะพายข้าง หนังวัวแท้ 
ประเภท : หนังขัดสี  #สีทูโทน และหนังดรัมดราย
สีของหนังขึ้นลายร่องรอยธรรมชาติของหนังตัวนี้ สไตล์ดิบๆ เท่ๆ ช่องเยอะ จุคุ้ม น้ำหนักเบา 

ราคา : 3,690 บาท






 
        









ชื่อรุ่น : "cool"
ทรงสวย เรียบหรู สวยคลาสสิค ถือ,สะพายใช้งานได้หลายโอกาส
ขนาด : 9/11*3.5*8 (นิ้ว)
สี : เทาสว่าง/น้ำตาล/แดงเข้ม/ม่วงเข้ม/น้ำตาลอมเขียวขี้ม้า
ราคา 3,390 บาท


  



  





กระเป๋าทรงหมอน
ประเภทหนัง: ชามัวร์พ่นสี ปั่นขึ้นลายธรรชาติ ยิ่งใช้ยิ่งนิ่ม
ขนาด : 11.5กว้าง * 5.5ก้น * 7สูง (นิ้ว)
สี :ดำ/น้ำเงินกรมท่า/เทา/แดงเข้ม/เบจครีม

ราคา 3,690 บาท


  


 



ชื่อรุ่น :  Milada (มิลาด้า) ทรงสวย คลาสสิค ถือหรือสะพายข้างได้
ขนาด : 9.5*5.5*7.5 (นิ้ว)
สี : ดำ/เทา/น้ำตาลแทน/เขียวขี้ม้า

ราคา 3,390บาท

  


กระเป๋าสตางค์หนังวัวแท้
ประเภท : หนังชามัวร์ ใบยาว ซิปรอบ นิ่มมือ ซิปลื่น
ขนาด : 7.5 นิ้ว

ราคา : 1,290 บาท